ศุกร์, 31 ตุลาคม 2014

              แนวคิดเชิงพลวัตรปฏิบัติการกองทัพอากาศในศตวรรษที่ ๒๑ จำเป็นต้องมีการกำหนดทิศทางให้เกิดการปฏิวัติในกิจการทหารดังเช่น แผนปฏิบัติการสู่การปรับเปลี่ยนของกองทัพอากาศ ซึ่งมีทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ แนวคิดการปฏิบัติการใหม่ ปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบ (Effect based operations: EBO) และการใช้ปฏิบัติการเครือข่ายศูนย์กลางแห่งสงคราม (Network centric warfare: NCW)   เป็นต้น รวมทั้งการจัดองค์กรใหม่เพื่อรองรับกับรูปแบบของสงครามที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคต การปรับเปลี่ยนที่เหมาะสม ทันเวลา จะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงเพื่อเผชิญกับศัตรูที่มีศักยภาพ แต่ทั้งนี้กระบวนการปรับเปลี่ยนอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงได้ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ไม่ดีพอ เพราะขณะมีการเปลี่ยนผ่านของกองทัพอาจจะเป็นการลดขีดความสามารถเดิมของทหาร การปรับเปลี่ยนจึงควรดำเนินการร่วมกันทุกหมู่เหล่าของทหารในรูปแบบของความพยายามในการเปลี่ยนผ่านร่วมกัน

                  การใช้ระบบปฏิบัติการเครือข่ายเป็นศูนย์กลางแห่งสงคราม (NCW) เป็นแนวคิดที่กองทัพอากาศหลายประเทศให้ความสนใจในการวิจัยและพัฒนาเพื่อที่จะทำให้ระบบบัญชาการและการควบคุมมีโครงข่ายรวมศูนย์ระบบปฏิบัติการที่เชื่อมต่อกันด้วยสัญญาณดิจิตอล ทำให้เกิดการหยั่งรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการตัดสินใจใช้กำลังทหาร องค์ประกอบสนับสนุนแนวคิดของ NCW จะขึ้นอยู่กับการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร ที่จัดเตรียมข้อมูลสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นเพื่อการหยั่งรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะมีระยะทางห่างกันมากก็ตาม ทำให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเกิดการสนธิกำลังกันในระบบบัญชาการและการควบคุมที่ช่วยให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมให้ระบบการบัญชาการและการควบคุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือว่าระบบนี้เป็นหัวใจสำคัญในการทำสงคราม ที่ต้องมีการปรับปรุงขีดความสามารถในด้านการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจำนนวนมาก สามารถแยกแยะความแตกต่างของข้อมูลและการสื่อสารได้ถูกที่ ถูกเวลา ให้กับผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารตัดสินใจนำไปใช้งานเมื่อต้องการ ในอนาคตแนวคิดนี้จะถูกปรับไปสู่การปฏิบัติได้จริงด้วยการหาแนวทางการเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสารให้เป็นโครงข่ายที่มีการไหลของข้อมูลข่าวสาร มีความเชื่อมั่นในข้อมูลข่าวสาร และมีความปลอดภัยในระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน อันจะทำให้เห็นความเป็นรูปธรรมได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากในการเชื่อมโครงข่าย

                  ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology: ICT) ได้มีความก้าวหน้าและมีบทบาทในทุกส่วนทั้งรัฐและเอกชน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในระดับนานาชาติและในประเทศ จะเห็นได้จากแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ส่งผลมาสู่กองทัพอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนากิจการของกองทัพอากาศในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีก็เป็นส่วนหนึ่งที่กองทัพอากาศให้ความสำคัญมาก เพื่อให้มีการจัดทำระบบข้อมูลข่าวสารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย อันจะทำให้สามารถใช้ในการบัญชาการและควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ สอดคล้องกัคุณลักษณะที่สำคัญของกำลังทางอากาศทางด้าน “ความเร็ว” ซึ่งมีเวลาเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วทันท่วงทีในลักษณะเวลาจริงหรือใกล้เวลาจริง (Real/near real time) จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของภารกิจ ซึ่งเทคโนโลยีดิจิตอลจะสามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้

               จึงจำเป็นที่บุคลากรในกองทัพอากาศจะต้องรับทราบถึงแนวโน้มการพัฒนาและวิวัฒนาการใหม่ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการทหาร รวมทั้งสิ่งอุปกรณ์สนับสนุนการใช้งานในระบบเครือข่าย ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่ายมีความสำคัญกับกองทัพและความมั่นคงของชาติ 

                  กองทัพอากาศได้กำหนดแนวคิดในการบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกองทัพอากาศให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศภายใต้มาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Sharedinformation) และการหยั่งรู้สถานการณ์ (Shared situation awareness: SA) ที่มุ่งไปสู่การบัญชาการและการควบคุม
ที่รวดเร็วภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เป็นส่วนหนึ่งของกำลังทางอากาศและเป็นกองทัพอากาศดิจิตอล ในรูปแบบของระบบเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric) รวมทั้งนโยบายการพัฒนาบุคลากรของกองทัพอากาศให้มีขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการปฏิบัติภารกิจประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

                  ทิศทางการพัฒนาของกองทัพอากาศของผู้นำกองทัพอากาศในยุคปัจจุบัน ต้องคำนึงถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยการพัฒนาแนวคิดทางยุทธศาสตร์ในการนำเทคโนโลยีสนับสนุนคุณลักษณะของกองทัพอากาศ สามารถใช้งานตอบสนองต่อการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

                  การจัดระบบ และสร้างรูปแบบสู่การเป็นกองทัพอากาศดิจิตอลด้วยแบบจำลองเชิงความคิดที่เป็นนวัตกรรมการออกแบบระบบการปรับเปลี่ยน (Transformation) รูปแบบการบัญชาการ และควบคุม (Command & Control) ไปสู่ระบบเครือข่ายกองทัพอากาศดิจิตอลในแบบจำลองที่เรียกว่า “ศูนย์กลางเครือข่ายกองทัพอากาศดิจิตอล” (Network Centric Digital Air Force: NCDA Model)  ซึ่งแนวความคิดทางการทหารเป็นทั้งศาสตร์ และศิลปะที่มีลักษณะเฉพาะที่ต้องมีความละเอียดอ่อนในการเรียนรู้ และการจัดการอย่างเป็นระบบ ให้เกิดความเหมาะสมลงตัว และได้รับการยอมรับในความเป็นไปได้ การนำไปสู่การปฏิบัติจริง จึงจะเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับกรอบแนวคิดเชิงนโยบายของกองทัพอากาศที่ต้องการองค์ความรู้สู่การเปลี่ยนผ่านเป็นกองทัพอากาศดิจิตอล (Digital Air Force) ซึ่งต้องมีระบบคิดดิจิตอล (Digital Thinking) จึงจะมีความเป็นไปได้สูงในการที่จะดำเนินการในระบบบัญชาการและการควบคุมตามรูปแบบของ การบัญชาการและการควบคุมแบบดิจิตอล (Digital Command and Control)

                  การจัดระเบียบความคิดและจัดระบบความรู้ เพื่อออกแบบการทำงานให้มีความเป็นระบบ ให้มีการบูรณาการการปฏิบัติอย่างพร้อมสรรพ ความเป็นจริงก็จะเกิดขึ้นได้ กระบวนการ Digital Process จะนำมาซึ่งความเป็นอัตโนมัติ และมีปฏิสัมพันธ์ภายใน (Interactive) ของระบบการเฝ้าตรวจ ติดตาม (Monitoring Interactive Automation: MIA) ระบบตรวจจับ (Sensor Interactive Automation: SIA)) ระบบการตรวจสอบประมวล ประเมินและประมาณสถานการณ์ (Estimation Interactive Automation: EIA) ระบบการแจ้งเตือน (Warning Interactive Automation: WIA) และระบบการป้องกันภัยทางอากาศ (Defending Interactive Automation: DIA) รวมถึงระบบคุณค่าของกระบวนการดิจิตอล (Digital Process) ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับสถานการณ์วิกฤติอื่นนอกเหนือจากการสงคราม หรือแม้แต่ยามปกติ

              ผู้บังคับบัญชาทุกระดับสามารถรับรู้สถานการณ์ สั่งการ บัญชาการ และควบคุมการปฏิบัติได้ในทุกที่ทุกเวลา และทุกสถานการณ์ด้วยระบบ C3I2 (Command, Control, Communication, Intelligence, and Inter-coordination) ที่ครอบคลุมการปฏิบัติตั้งแต่การมีโครงสร้างพื้นฐานระบบดิจิตดล (Digital Backbone) ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมไปด้วยข้อมูลด้านกำลังพล ระบบปฏิบัติการ ข้อมูลด้านอากาศยาน และเทคโนโลยี ระบบข้อมูลการส่งกำลังบำรุง และระบบการรายงานผลที่สามารถสนับสนุนระบบการสั่งการ (Command) ระบบการควบคุม (Control) ระบบการติดต่อสื่อสาร (Communication) ระบบการข่าว และระบบการประสานงานระดับหน่วย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบในมิติของการจัดการระบบเครือข่าย (Network) ของกองทัพอากาศดิจิตอลจะสามารถออกแบบระบบบูรณาการเครือข่ายปฏิบัติการได้ด้วยตัวแบบจำลองต่อไปนี้

 

แผนภาพ: ระบบเครือข่ายเชิงปฏิบัติการของ Digital Air Force ในแบบจำลอง Net Work Centric Digital Air Force (NCDA Model) (พล.อ.ต.คณิต สุวรรณเนตร, ๒๕๔๘)

                 จากแผนภาพอธิบายได้ว่าโครงสร้างของเครือข่ายเชิงปฏิบัติการของ NCDA Model กอปรด้วยระบบ Digital Backbone ที่รวบรวมฐานข้อมูลด้านกำลังพล อากาศยานและเทคโนโลยีต่างๆ ไว้อย่างครอบคลุม ระบบงาน Digital Process ที่เป็นระบบเฝ้าตรวจและสั่งการอัตโนมัติในรูปแบบของ Interactive Automation และระบบ C3I2   ที่เน้นความเป็นเครือข่ายของระบบบัญชาการและควบคุม ทั้งหน่วยปฏิบัติการภายในกองทัพและการเชื่อมโยงศูนย์ปฏิบัติการภายนอก

                  การสานต่อขยายผลระบบ NCDA สู่การปฏิบัติจริงในระบบปฏิบัติการกองทัพอากาศ หน่วยและผู้เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมการ เพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่กองทัพอากาศระบบเครือข่ายดิจิตอล ดังนี้

                        ๑.  ภาวะผู้นำ (Leadership) ต้องมีวิสัยทัศน์ และสร้างพลังร่วม เพื่อบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมีกลยุทธ์
                        ๒.  วัฒนธรรมองค์กร (Organization Culture) กองทัพต้องสร้างความเชื่อทัศนคติ ค่านิยมและพัฒนาองค์กร ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการจัดการความรู้ และเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา
                        ๓.  กำลังพลของกองทัพ (People) กำลังพลทุกระดับต้องปรับปรุงศักยภาพความรู้ ความสามารถสู่การจัดการในระบบเครือข่ายดิจิตอลใน Digital Society
                        ๔.  การฝึกศึกษาอบรม (Training) ระบบงานการฝึก ศึกษาอบรมต้องมุ่งพัฒนาความรอบรู้ที่เป็นทักษะความรู้เชิงปฏิบัติการ (Practical Knowledge) ให้สามารถประยุกต์ความรู้สู่การปฏิบัติจริงได้
                        ๕.  หลักนิยม (Doctrine) ต้องมุ่งเน้นกระบวนการสร้างสมดุลของคุณค่าหลักนิยมวิสัยทัศน์ และระบบปฏิบัติการกองทัพอากาศระดับยุทธศาสตร์และระดับยุทธการ
                        ๖.  เทคโนโลยี (Technology) ต้องมีความทันสมัย ต้องมีคุณภาพ และสามารถจัดการเชื่อมโยงเครือข่ายได้อย่างเป็นระบบ

                   สรุปได้ว่าระบบคุณค่าของ NCDA Model คือ การทำให้กองทัพมีระบบปฏิบัติการที่เล็ก ฉลาดและยืดหยุ่น (Small - Smart – Smooth) มีความรวดเร็วในการรับรู้สถานการณ์ มีความคล่องตัวในการสั่งการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายในรูปแบบปฏิสัมพันธ์เชิงอัตโนมัติ (Interactive Automation) เพื่อความแน่นอนแม่นยำอย่างเป็นระบบ ตัดสินใจได้อย่างมีคุณภาพในทุกเวลาทุกพื้นที่ และทุกระดับสถานการณ์ สามารถร่วมมือกับต่างเหล่าทัพด้วยกลไกระบบการประสานงาน (Inter Coordination System) ที่เป็นการเชื่อมโยงระบบใหญ่ให้ระบบย่อยมีความสอดคล้อง กลมกลืน และมีประสิทธิภาพ เป็นระบบเครือข่าย (Net Work) ที่มีระบบเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายอย่างเพียงพอ และมีคุณภาพ ระบบบัญชาการและควบคุมจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อกระบวนการดิจิตอล (Digital Process) มีความเข้มแข็ง มีมาตรฐานทั้งคน และมาตรฐานระบบ ตลอดจนมาตรฐานเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ ระบบมีความยืดหยุ่นอ่อนตัว
สามารถปฏิบัติการได้ ทั้งในยามปกติ และยามวิกฤติทั้งปฏิบัติการสงครามและมิใช่สงคราม สามารถสร้างคุณค่า คุณภาพและความมั่นใจในการควบคุมสถานการณ์ และรักษาอธิปไตยของชาติได้อย่างแท้จริง

(ผู้เขียน : น.ท.ประภาส  สอนใจดี)
อจ.กกศ.รร.สธ.ทอ.สอส.บศอ.