|
ด้านการวิจัยและพัฒนา
เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า วิทยาการของโลกปัจจุบันในสาขาต่าง
ๆ นั้น มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว มีผลมาจากการวิจัยและพัฒนาจากประเทศที่เจริญแล้วทั้งสิ้น
นักการทหารตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของกองทัพ ได้ตระหนักเป็นอย่างดีว่า การวิจัยมีความหมายเพียงใดต่อการพัฒนา
ขีดความสามารถของกองทัพ ทั้งด้านหลักการในการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ จึงได้ริเริ่มให้มีการวิจัยและพัฒนามาเป็นเวลานานแล้ว
เริ่มแรกดำเนินการในวงแคบ ๆ ไม่มีระบบ และหลักการที่แน่นอน กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปตามหน่วย
ต่าง ๆ โดยอาศัยกำลังพลและเครื่องมือเท่าที่มีอยู่อย่างจำกัด ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในลักษณะลองผิดลองถูก
(Trial and Error)
จากการแสดงปาฐกถาพิเศษของ ฯพณฯ นายก รัฐมนตรี
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เนื่องในงานเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ ประจำปี ๒๕๔๖ เมื่อวันที่
๑๔ มี.ค.๔๖ ณ ห้องประชุม อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (แจ้งวัฒนะ) มีเนื้อหาสาระ
ตอนหนึ่ง ได้กล่าวถึงนโยบาย การจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อการพึ่งพาตนเองไว้ดังนี้
- กำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดหา นอกจากจะมีเพื่อใช้
ยังต้องสามารถ ซ่อมแซม และพัฒนา ขึ้นใช้เองได้ ในที่สุด
- ควรเน้นเรื่อง Technology Transfer เพื่อการเรียนรู้และผลิตขึ้นได้เอง
ควรทราบถึง Know-Why มากกว่า Know-How
- ใช้หลักการ Smart Buyer โดยไม่มีระบบอุปถัมภ์
หรือการแทรกแซงจากภายนอก
จากถ้อยแถลงของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทำให้ ต้องตระหนักว่า
หากต้องการให้กองทัพสามารถพึ่งพาตนเองได้แล้ว งานวิจัยและพัฒนาทางการทหารจะต้องเป็น
ส่วนสำคัญในการที่จะกำหนดแนวทางการพัฒนาของ กองทัพ โดยต้องมีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย
และแผนการวิจัย พัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ชัดเจนยั่งยืน มีการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีทางทหารอย่างต่อเนื่อง
การกำหนดเป้าหมายและแผนการวิจัย ต้องกำหนดจากระดับสูง
(Top Down) และประสานสัมพันธ์กับ ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ และยุทธศาสตร์ทางทหาร
อย่างใกล้ชิด มีเป้าหมายดำเนินการทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว สอดคล้องกับความต้องการผลงานวิจัยและมีขีดความสามารถที่จะกระทำได้
จะต้องมี พื้นฐานทางการวิจัยพอเพียงที่จะพึ่งพาตนเอง และพัฒนา ไปได้ในระดับที่เหมาะสม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิจัยต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะใช้เวลาพัฒนา
นานกว่า โครงสร้างพื้นฐานอย่างอื่น
สำหรับในปี ๒๕๔๕-๒๕๔๙ กระทรวงกลาโหม ได้กำหนดนโยบายให้สนับสนุนทำการวิจัย
และพัฒนาใน ๕ แผนงาน ดังนี้
- แผนงานการวิจัยและพัฒนา เพื่อการดำรงสภาพ
และ/หรือ การเพิ่มประสิทธิภาพยุทโธปกรณ์
- แผนงานการวิจัยและพัฒนา หลักการ หลักนิยม
และระบบทางทหาร
- แผนงานการวิจัยและพัฒนา สนับสนุนอุตสาหกรรม
ป้องกันประเทศ
- แผนงานการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีทางทหาร
- แผนการวิจัยและพัฒนา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติ
การทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม
และเน้นการวิจัย ๕ เทคโนโลยีหลักตามนโยบาย
และยุทธศาสตร์ เรียงลำดับตามความ สำคัญ คือ
- เทคโนโลยีการเฝ้าตรวจและแจ้งเตือน (Surveillance
and Warning Technology)
- เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ (Information
and Computer Technology)
- เทคโนโลยีด้านอำนาจกำลังยิง (Fire Power
Technology)
- เทคโนโลยีด้านความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่
(Mobility Technology)
- เทคโนโลยีสื่อสาร และสื่อสารดาวเทียม (Communication
Technology and Satellite Communication Technology)
ในส่วนของกองทัพอากาศ ได้จัดโครงสร้างการจัด
องค์กรการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหารไว้ โดยมีทั้งรูปแบบที่เป็นคณะกรรมการและหน่วยงาน
ดังนี้
๑. คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและพัฒนา การทหารกองทัพอากาศ
(กวพ.ทอ.) มี ผช.เสธ.ทอ.ฝยก. เป็น ประธานกรรมการ คณะกรรมการ ประกอบด้วย
หัวหน้าส่วนราชการกรม ฝสธ. และกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาการ
ทางทหารของ ทอ. โดยมี ผอ.กวร.ยก.ทอ. เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอโครงการวิจัย
และพัฒนาฯ นำนโยบายด้านการวิจัยและพัฒนาของ กห. และ ทอ. มากำหนดแนวทาง กำกับดูแลการดำเนินการวิจัยและพัฒนาของโครงการต่าง
ๆ กำหนดหน่วยงานที่จะ ดำเนินการวิจัยและพัฒนา พิจารณางบประมาณ พิจารณาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทดสอบ
ดัดแปลง เสริมสร้าง ตลอดจนควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่อ้างอิง หาแนวทางในการนำผลงานวิจัยและพัฒนาไปใช้ประโยชน์
๒. คณะกรรมการมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพ อากาศ
(กมย.ทอ.) มี เสธ.ทอ. เป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการกรม
ฝสธ. และกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาทางการทหารของ ทอ. โดยมี
ผอ.กวร.ยก.ทอ. เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่พิจารณากำหนดมาตรฐานและคุณลักษณะของยุทโธปกรณ์ที่จะวิจัยและพัฒนา
ให้สอดคล้องกับนโยบายของ ทอ. ในด้านการวิจัยและพัฒนา กับการกำหนดหน่วยงาน
ที่จะ ดำเนินการวิจัยและพัฒนา และพิจารณางบประมาณขั้นต้น ของโครงการพิจารณากลั่นกรองผลงานวิจัย
และ พัฒนาการทหารของ ทอ. เพื่อให้การ รับรองมาตรฐาน
- กรมยุทธการทหารอากาศ โดยกองวิจัย และพัฒนาการรบ
เป็นหน่วยบริหารงานวิจัย และกลั่นกรอง โครงการวิจัยและพัฒนาการทางทหารของกองทัพอากาศ
- หน่วยปฏิบัติงานวิจัย ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์
และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ, หน่วยสายวิทยาการ, หน่วยงานด้านเทคนิค, หน่วยผลิต
และหน่วยศึกษา
การส่งเสริมการวิจัยใน ทอ.
เพื่อให้ได้มาซึ่งโครงการวิจัยที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของหน่วยใช้งานวิจัย
สามารถนำไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุน การสรรหา โครงการวิจัยเชิงรุก
โดยการประชาสัมพันธ์ จูงใจให้หน่วย ต่าง ๆ เสนอคำขอโครงการ และพยายามสร้างสรรค์โครงการ
วิจัยขนาดใหญ่ ที่เป็นความต้องการของกองทัพอากาศ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้แนวทางดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรม
กองวิจัยและพัฒนาการรบ กรมยุทธการ ทหารอากาศ ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณส่งเสริม
การวิจัย จาก สวพ.กห.และดำเนินการส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาในรูปลักษณะต่าง
ๆ ดังนี้
- ระดมและกลั่นกรององค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้จาก
งานวิจัยของกองทัพอากาศ เพื่อเรียบเรียงและจัดโครงสร้าง ขององค์ความรู้ดังกล่าวให้อยู่ในลักษณะใช้งานได้สะดวก
ในเชิงปฏิบัติ (Simplicity and Practicality) ตามความ ต้องการของเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติและแจกจ่ายให้แก่
ผู้เกี่ยวข้อง
- ศึกษารูปแบบที่เหมาะสม โดยจัดคณะทำงาน ของกรมยุทธการทหารอากาศ
เดินทางไปสำรวจ เพื่อรับฟัง ปัญหาข้อเสนอแนะ และความต้องการที่แท้จริงของเจ้าหน้าที่
ในระดับปฏิบัติ
ด้านประวัติศาสตร์ทางทหาร
นับตั้งแต่ประเทศไทยได้ทำการรบกับอริราชศัตรู
มาทุกยุคทุกสมัย ดังปรากฏรายละเอียด ในพระราชพงศาวดารนั้นจะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่ประเทศไทย
รบกับ ข้าศึกด้วยกำลังทางบก สำหรับกำลังทางอากาศ นั้น เพิ่งจะเกิดขึ้น ในศตวรรษนี้และ
ประเทศต่าง ๆ ในโลกก็เพิ่ง จะได้รู้เห็น ถึงอานุภาพ อันยิ่งใหญ่ เมื่อสงครามโลกครั้งที่
๑ ปี พ.ศ.๒๔๖๐ บทบาทของการ ใช้กำลังทางอากาศเข้าร่วมรบกับกำลังภาคพื้น ย่อมเป็นที่
ประจักษ์แก่บรรดานักการทหารทั่วโลกแล้วว่า สามารถ เพิ่มอำนาจและประสิทธิภาพในการรบให้แก่กำลังทางบก
และกำลังทางเรือเป็นอันมาก ดังนั้นนานาประเทศทั่วโลก จึงเร่งสร้างกำลังรบทางอากาศของตนให้ก้าวหน้า
และมี ความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ผู้นำทางการทหารของประเทศในสมัยนั้น ก็ได้ตระหนักในความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี
จึงจัดตั้งกองทัพอากาศขึ้น และแล้วประเทศไทยก็ได้ใช้ประโยชน์ อันสำคัญของกำลังทางอากาศนี้
เข้ารับมือกับการรุกราน ของประเทศฝรั่งเศสในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งนับ
เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่กองทัพไทย ได้ใช้ กำลังทางอากาศ ในครั้งนั้นได้ให้บทเรียนไว้หลายประการ
และได้สร้างวีรบุรุษขึ้นหลายท่าน
บทเรียนและวีรกรรมเหล่านี้ เป็นตัวอย่างหนึ่ง
ที่มีคุณค่าสำหรับพวกเราชาวกองทัพอากาศ ซึ่งนับวันจะหา หลักฐานการปฏิบัติภารกิจได้ยากยิ่ง
เช่นเดียวกับการยุทธ ทางอากาศครั้งสำคัญในยุคต่อๆ มา เช่น การใช้กำลังทาง
อากาศสนับสนุนการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ การใช้กำลังทางอากาศในการป้องกันการรุกรานของประเทศรอบบ้านในยุทธการร่มเกล้า
เป็นต้น
กองวิจัยและพัฒนาการรบเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่
ในการศึกษา ค้นคว้า และรวบรวมเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง บันทึกไว้เป็นหลักฐาน
พร้อมทั้งนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ ประเมินผล เพื่อเสนอเป็นแนวทาง ในการพัฒนาทั้งทางด้านการรบ
และสนับสนุนการรบต่อไป
|