|
การจัดองค์การ หมายถึง กระบวนการที่จัดตั้งขึ้น
เพื่อกำหนดความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่จะ สามารถทำให้การดำเนินการขององค์กรบรรลุเป้าหมาย
ที่กำหนด เอ็ดวิน บี ฟลิปโป (Edwin B. Flippo) ให้ความ เห็นว่า กระบวนการจัดองค์กรประกอบด้วยความสัมพันธ์
พื้นฐาน ๔ ประการ คือ วัตถุประสงค์ ความรับผิดชอบ อำนาจหน้าที่ และการยอมให้มีการตรวจสอบ
นอกจากนั้น การจัดองค์กรจะเกี่ยวข้องกับการระบุกิจกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องการบรรลุวัตถุประสงค์
และการปฏิบัติตามแผนได้แก่ การรวมกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ เข้าเป็นงาน (Jobs)
การมอบหมายงานให้กับหน่วยงานและบุคคล การแบ่งอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติให้เกิดการประสานทั้งในระดับแนวนอน
และแนวดิ่ง
การจัดและอัตรากองทัพอากาศ จึงเป็นงานพื้นฐานเริ่มแรกที่สำคัญที่กองทัพอากาศจะต้องจัดทำเพื่อนำไปสู่งานอื่น
ๆ ตั้งแต่การจัดหาและบรรจุกำลังพล การจัดหาอาวุธ ยุทโธปกรณ์ การฝึกศึกษา
จนถึงขั้นการพร้อมรบตามขีด ความสามารถของหน่วยงานนั้น ๆ เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของกองอัตรากำลังพล
กรมกำลังพลทหารอากาศ แต่จากการปรับปรุงโครงสร้าง การจัดส่วนราชการกองทัพอากาศ
ในปีพ.ศ.๒๕๒๐ ได้โอนงานการจัดและอัตรากองทัพอากาศ ให้กรมยุทธการทหารอากาศ
โดยจัดตั้งเป็น กองการจัด ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ลับ ที่ ๑๔๕/๒๐
ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๒๐ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๐
การจัดและอัตรากองทัพอากาศ เป็นพันธกิจที่สำคัญประการหนึ่งของฝ่ายเสนาธิการด้านยุทธการ
โดยจะต้องพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำโครงสร้างการจัดส่วนราชการ การกำหนดความต้องการกำลังพล
และกำหนดวิธีการทำงาน รวมทั้งพิจารณาความต้องการ และ จัดสรรปัจจัยด้านอัตรากำลังพลให้กับส่วนราชการต่าง
ๆ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ ซึ่งกรรมวิธีทางด้านการจัดและอัตราจะต้องยึดถือกฎระเบียบ
หลักเกณฑ์ และนโยบายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา มติคณะรัฐมนตรี
คำสั่งกระทรวงกลาโหม คำสั่งกองทัพอากาศ ซึ่งจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป ตามความสำคัญของขั้นตอนในการดำเนินงาน
โดยจะต้อง ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติโดยเฉพาะให้ห้วงเวลาของการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามสภาวะแวดล้อม
จะต้องพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ รัดกุม เพื่อให้การ ดำเนินการด้านการจัดและอัตรากองทัพอากาศ
เป็นไป อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพสมตามความมุ่งหมายของทางราชการ มีกิจกรรมที่ได้ดำเนินการในแต่ละระดับ
สรุปได้ดังนี้
การดำเนินงานทางด้านการจัดและอัตรา
การดำเนินงานทางด้านการจัดและอัตรากองทัพ อากาศ
มีแนวทางการปฏิบัติ ๓ ระดับ
ระดับแรก เป็นการขอแก้ไขพระราชกฤษฎีกา
ในกรณีที่จะต้องดำเนินการในระดับนี้ จะเป็นเรื่องที่มี ผลกระทบต่อการจัดและภารกิจของหน่วยงานในระดับ
ส่วนราชการขึ้นตรง กองทัพอากาศ เกี่ยวกับการขอแก้ไข ภารกิจ และขอเพิ่มส่วนราชการขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ
โดยจะต้องดำเนินการขอแก้ไขขั้นตอนนี้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้
การดำเนินการที่ผ่านมาได้แก่ การแก้ไขพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพอากาศ
กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๓๘ปรับปรุงการจัดส่วนราชการกองทัพอากาศใหม่
โดยพิจารณารวมกลุ่มงานที่มีลักษณะเดียวกันไว้ด้วยและกำหนดให้มี ผู้รับผิดชอบในแต่ละงาน
คือ รวมงานด้านการปฏิบัติในส่วนกำลังรบจัดตั้งเป็น กองบัญชาการยุทธทางอากาศ
, รวมงานด้านการปฏิบัติในส่วนยุทธบริการจัดตั้งเป็น กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ
และรวมงานด้านการปฏิบัติในส่วน การศึกษาจัดตั้งเป็น กองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ
ซึ่งได้ใช้ปฏิบัติมาแล้วประมาณ ๗ ปี ขณะนี้กำลังทบทวน ผลการปฏิบัติว่าจะมีความเหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศในสภาวะปัจจุบันและในอนาคตหรือไม่
และจากการที่กองทัพอากาศ มีภาระงานด้านกิจการพลเรือน และการบรรเทาสาธารณภัย
จำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงาน รับผิดชอบที่ชัดเจน จึงได้แก้ไขพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วน
ราชการกองทัพอากาศ จัดตั้งกรมกิจการพลเรือน ทหารอากาศ เป็นส่วนราชการขึ้นตรงกองทัพอากาศ
ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการของสำนักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี
ก่อนนำขึ้น ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
ระดับที่สอง เป็นดำเนินการระดับกระทรวงกลาโหมเพื่อรองรับพระราชกฤษฎีกา
โดยจัดทำโครงสร้างของ ส่วนราชการขึ้นตรงกองทัพอากาศ ให้เป็นรูปแบบของอัตราเฉพาะกิจ
ประกอบด้วย ตอนที่ ๑ ภารกิจ จะสอดคล้อง ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาฯ กำหนดการแบ่งมอบขอบเขตความรับผิดชอบและหน้าที่ที่สำคัญ
และการแบ่ง ส่วนราชการและกำหนดหน้าที่, ตอนที่ ๒ ผังการจัด จะแสดงให้เห็นถึงหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อส่วนราชการ
ขึ้นตรง กองทัพอากาศ , ตอนที่ ๓ อัตรากำลังพล จะแสดงเงินเดือน อัตรา จำนวนอัตรากำลังพลในแต่ละชั้นยศ
และจำนวนอัตรากำลังพลรวม , ตอนที่ ๔ คำชี้แจง จะแสดงให้ทราบถึงสาขา วิชาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
เพื่อจะจัดหาบุคลากร มาเสริมในการปฏิบัติภารกิจได้ตามความจำเป็น รวมทั้ง
กำหนดรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการนั้น ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
การดำเนินการที่ผ่านมา ได้แก่ การประกาศใช้อัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๓๙ โดยคำสั่งกระทรวงกลาโหมกำหนดส่วนราชการขึ้นตรงกองทัพอากาศ
จำนวน ๑๗ ส่วนราชการ เพื่อรองรับพระราชกฤษฎีกาฯ ที่ประกาศใช้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
อีกประการหนึ่งที่จะต้องดำเนินการในระดับกระทรวงกลาโหมคือการแก้ไขปรับปรุงการจัดและอัตราที่มีผลกระทบต่อ
โครงสร้าง และจำนวนยอดอัตรากำลังพล ที่อยู่ในอำนาจ อนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
จากการ ดำเนินการตั้งแต่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๙ ถึงปัจจุบัน ได้มีการแก้ไขปรับปรุงในระดับกระทรวงกลาโหม
จำนวน ๑๐ ครั้ง ที่สำคัญ ๆ ได้แก่ การจัดตั้งกองบริหารทรัพยากร สำนักงานปลัดบัญชีทหารอากาศ
, การกำหนดผู้รับผิดชอบ ศูนย์การ สงครามทางอากาศ เป็นเงินเดือนอัตราพลอากาศตรี,
การกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ โรงเรียนนายเรืออากาศ เงินเดือนอัตราพลอากาศเอก
, การแก้ไขอัตราเฉพาะกิจ กรมยุทธการทหารอากาศ และกองบัญชาการยุทธทางอากาศ
จัดตั้ง กองฝึกร่วมและผสม เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธการทหารอากาศ และยุบกองปฏิบัติการทางอากาศยุทธศาสตร์
กรมควบคุม การปฏิบัติทางอากาศ และครั้งล่าสุดได้ปรับศูนย์การ สงครามทางอากาศ
จากเดิมเป็นหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการ กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ
กองบัญชาการยุทธทางอากาศ
ระดับที่สาม เป็นการดำเนินการระดับกองทัพ
อากาศ เพื่อรองรับในระดับกระทรวงกลาโหม โดยต้องจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อให้รูปแบบอัตราเฉพาะมี ความสมบูรณ์ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการบรรจุ
กำลังพลเข้าปฏิบัติงานในส่วนราชการต่าง ๆ รูปแบบอัตรา เฉพาะกิจในระดับกองทัพอากาศ
ประกอบด้วย ตอนที่ ๑ ภารกิจ จะกำหนดเช่นเดียวกับระดับกระทรวงกลาโหม, ตอนที่
๒ ผังการจัด จะแสดงให้เห็นถึงหน่วยงานขึ้นตรง ต่อส่วนราชการ ขึ้นตรงกองทัพอากาศ
แล้วยังแสดงให้เห็นถึงการจัดหน่วยงานระดับย่อยลงไปจนถึงระดับเล็กที่สุดในแต่ละหน่วยงาน
, ตอนที่ ๓ อัตรากำลังพล จะแสดงตำแหน่ง เงินเดือนอัตรา จำนวนอัตรากำลังพล
เลขหมายรายงาน และ/หรือ เลขหมายความชำนาญทหารอากาศ (ลชทอ.) จำนวนอัตราในแต่ละตำแหน่งและจำนวนอัตรากำลังพลรวม
, ตอนที่ ๔ คำชี้แจง จะสอดคล้องกับระดับกระทรวงกลาโหมแต่จะมีการกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับการ
ปฏิบัติงานบนอากาศยานเป็นการประจำ
ปัจจุบันในระดับกองทัพอากาศ มีอัตรากองทัพอากาศ
พ.ศ.๒๕๓๙ ที่จัดทำในรูปแบบอัตราเฉพาะกิจ ประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม
พ.ศ.๒๕๓๙ จำนวน ๔๒ หน่วย และได้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับระดับกระทรวงกลาโหม
และแก้ไข ปรับปรุงในระดับกองทัพอากาศที่อยู่ในอำนาจอนุมัติของ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
ถึงปัจจุบันรวม ๕๐ ครั้ง
นอกจากนั้นในระดับกองทัพอากาศ ได้จัดทำอัตรา
รองรับการปฏิบัติภารกิจตามแผนป้องกันประเทศ โดยประกาศ ใช้อัตราเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศที่ปฏิบัติการตามแผนเพื่อ
ความมั่นคงของประเทศ เพื่อรองรับการบรรจุเจ้าหน้าที่ ของกองทัพอากาศ เข้าปฏิบัติงานตามแผนยุทธการ
ทอ. ๔๔๑ (แผนป้องกันประเทศ) ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่บรรจุในอัตราดังกล่าวจะได้รับสิทธิทางด้านกำลังพลในการปฏิบัติภารกิจตามที่
ทางราชการกำหนด และประกาศใช้อัตรากองทัพอากาศ (เพื่อพลาง) เพื่อใช้บรรจุเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานเพื่อเตรียมการไว้ตั้งแต่ยามปกติ
ประกอบไปด้วย อัตราศูนย์ ปฏิบัติการกองทัพอากาศ (เพื่อพลาง) , อัตราศูนย์ปฏิบัติ
การโทรคมนาคม (เพื่อพลาง) อัตราศูนย์ควบคุมและรายงาน(เพื่อพลาง) , อัตราศูนย์ปฏิบัติการโทรคมนาคม
(เพื่อพลาง)อัตราศูนย์ควบคุมและรายงาน (เพื่อพลาง) ฯลฯ เป็นต้น
การดำเนินการทางด้านการจัดและอัตรา จะมีส่วนสัมพันธ์กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งทางด้านกำลังพล
การข่าว ยุทธการ ส่งกำลังบำรุง งบประมาณ ฯลฯ จึงได้ กำหนดการดำเนินการ โดยคณะกรรมการทั้งในระดับ
กองบัญชาการทหารสูงสุด และระดับกองทัพอากาศ ทำให้ กองการจัด กรมยุทธการทหารอากาศ
ต้องร่วมเข้าเป็น คณะกรรมการ ฯ ต่าง ๆ ได้แก่
เป็นเจ้าหน้าที่ชุดทำงาน คณะเจ้าหน้าที่ชุดทำงาน(๑),
(๒) ของคณะกรรมการพิจารณาการจัดและอัตรา กองบัญชาการทหารสูงสุด
เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการ พิจารณาการจัดและอัตรากองทัพอากาศ
เป็นเจ้าหน้าที่ชุดทำงานและเลขานุการคณะเจ้าหน้าที่ชุดทำงานของคณะกรรมการพิจารณาการจัดและอัตรากองทัพอากาศ
เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการพิจารณา
ปรับปรุงโครงสร้างการจัดส่วนราชการกองทัพอากาศ
เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการพิจารณาร่างโครงสร้างการจัดส่วนราชการกองทัพอากาศ
การพัฒนาด้านโครงสร้างการจัดส่วนราชการ
จากสภาวะแวดล้อมหลังสิ้นสุดสงครามเย็น ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน
ได้แก่ วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจรูปแบบภัยคุกคาม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการของประเทศ
และของทหาร โดยตรง รัฐบาลได้มีนโยบายในการปฏิรูประบบราชการ ให้เหมาะสม โดยจัดให้มีระบบการบริหารจัดการ
และระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นผลงาน และมีเจ้าภาพ ที่รับผิดชอบชัดเจน
ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ และจากการที่กองทัพอากาศ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางของรัฐบาลอย่างเป็น
รูปธรรม ได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนากองทัพอากาศ ด้านต่าง ให้สามารถบังเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะหากกองทัพอากาศยังมีโครงสร้างการจัดส่วนราชการเช่นเดิมซึ่งเป็นการจัดโครงสร้างแนวดิ่ง
มีสายการบังคับบัญชา หลายระดับ ไม่สอดคล้องกับการจัดองค์กร และการใช้กำลังทางอากาศยุคใหม่
ที่ต้องการการตัดสินตกลงใจสั่งการ โดยใช้เวลาน้อยที่สุด รวมทั้งสอดคล้องกับหลักนิยมการใช้กำลัง
ทางอากาศที่ "รวมการควบคุม แยกการปฏิบัติ"
กองทัพอากาศจึงพิจารณาปรับโครงสร้างการจัด
ส่วนราชการใหม่ เป็นการจัดแบบแนวระนาบ มีสายการ บังคับบัญชาสั้นที่สุด กำหนดผู้รับผิดชอบหรือเจ้าภาพ
ที่ชัดเจน กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบให้เอื้ออำนวย ต่อการปฏิบัติ โดยได้พิจารณารวมงานต่าง
ๆ ในส่วน สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังทางอากาศไว้ในหน่วย เดียวกันในลักษณะบูรณาการ
มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ เพื่อให้กองทัพอากาศในอนาคตมีลักษณะ
เป็น Digital Air Force ซึ่งจะทำให้โครงสร้างมีขนาดที่ เหมาะสม มีความยืดหยุ่น
เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติ จำนวนกำลังพล และงบประมาณด้านทรงชีพลดลง ในขณะเดียวกันจะเป็นกองทัพอากาศที่มีประสิทธิภาพ
สามารถตอบสนองภารกิจได้ทั้งในยามปกติ และยามวิกฤต ในขณะเดียวกันก็สามารถตอบสนองภารกิจตามโครงการ
พระราชดำริ ตลอดจนตอบสนองภารกิจที่ได้รับมอบจาก รัฐบาล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งการดำเนินการจะสำเร็จลุล่วงจะต้องได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจาก
ผู้บังคับบัญชาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง
|