อ่านแล้ว 5748 ครั้ง

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการบริหารองค์การของรัฐแนวใหม่
โดย: น.ต.ดร.วุฒิพงษ์ พงษ์สุวรรณ [ 30 มีนาคม 2548 ]

การประชุมสัมมนาทางวิชาการ ๙๐ ปี กองทัพอากาศ
โดย น.ต.ดร.วุฒิพงษ์ พงษ์สุวรรณ
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร
เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการบริหารองค์การของรัฐแนวใหม
--------------------------

เรียน ท่านผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน

วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้มาร่วมสัมมนากับท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง หัวข้อการบรรยายในวันนี้เกี่ยวกับ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กับการบริหารองค์การของรัฐแนวใหม่ การบริหารองค์การของรัฐแนวใหม่นั้น เป็นที่สนใจของทุก ๆ คน รวมทั้งรัฐบาลเอง รัฐบาลมี นโยบายหลายนโยบาย ซึ่งนโยบายทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายที่ต้องการให้ทุกคนทั้งภาครัฐและเอกชน ได้รู้จักใช้ขีดความสามารถและศักยภาพของตนเองให้เต็มที่ จะทำอย่างไรให้ความคาดหวังของประชาชนเป็นจริงดังที่หวัง ดังนั้น รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศภายใต้ความคาดหวังหลาย ๆ เรื่อง รวมถึงการบริการ จะดีขึ้นอย่างไร รัฐบาลจึงมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะให้อำนาจกับข้าราชการในการปฏิบัติงานได้มากขึ้น ตลอดจนภาคธุรกิจที่ต้องการจะปฏิบัติงานร่วมกับภาครัฐ จะทำอย่างไรธุรกิจจะดำเนินไปได้ด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ประชาชนต้องการเห็นการเข้าถึงรัฐบาลจากทุกสถานที่ ทุกเวลา ไม่เว้นวันหยุด มิใช้ว่า ไปขอใช้บริการจากรัฐช้าเพียง ๕ นาที พรุ่งนี้ให้มาใหม่ เป็นต้น ซึ่งระยะทางของผู้มาขอใช้บริการจากรัฐอยู่ ห่างไกลกันมาก ไม่สะดวกกับการเดินทางแต่กับได้รับการปฏิเสธจากบุคลากรของรัฐ จะทำอย่างไรจึงจะมี เครือข่ายสารสนเทศเกิดขึ้นในตำบล หรือหมู่บ้านของเขาเหล่านั้น ในการปฏิรูประบบราชการที่ผ่านมาจะเห็น ได้ว่าข้าราชการพลเรือนจะมีการปรับปรุงพัฒนาค่อนข้างมาก มีโครงการ CEO ที่ให้อำนาจและกระจ่ายอำนาจ ไปยังผู้ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนก็คือผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระจ่ายอำนาจ ต่อไปนี้ งบประมาณแผ่นดินจะถูกกระจายลงไปยังภูมิภาค เช่น อบต., อบจ. เป็นต้น
เรื่องของการให้อำนาจหรือมอบอำนาจ ให้กับหน่วยราชการในต่างแดน เช่น ทูตทหาร, เอกอัครราชทูต แต่เดิมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ปัจจุบันมีอำนาจเต็มมากขึ้น มีการปฏิรูปสังคมที่มี อาชญากรอาศัยอยู่ รัฐบาลจึงดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรง จะเห็นได้ว่าผู้มีอิทธิพลที่มีชื่อเสียงหลายคน ถูกดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็น สส., สว. หรือรัฐมนตรี หากทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีอย่างไม่ละเว้น ตลอดจนการปฏิรูประบบสุขภาพ เดิมการประกันสุขภาพจะอยู่ในเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิประกันสังคมเท่านั้น คือประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ข้าราชการประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ครอบครัวและอื่น ๆ อีกประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ประชากรประมาณอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศไม่มีการประกันสุขภาพ รัฐบาลจึงมีโครงการในการที่จะให้หลักประกันสุขภาพทั่วหน้า หรือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นแล้ว สำหรับการปฏิรูประบบการศึกษา โดยจะให้การศึกษากระจายลงไปถึงทุกโรงเรียน ทุกภูมิภาค อย่างเท่าเทียมกันและทั่วถึง ปัญหาคือ เมื่อเราก้าวไปสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ในอนาคตภาครัฐจะต้องเผชิญ หน้ากับอะไร จากการปฏิรูประบบต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
เรื่องของเศรษฐกิจใหม่ โลกวันนี้คับแคบมากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น เหตุการณ์ลอบวางระเบิดรถไฟที่ประเทศสเปน ส่งผลกระทบต่อหุ้นในประเทศไทย จะเห็นได้ว่าข้อมูลข่าวสาร ในปัจจุบันรวดเร็วมาก ในการบริหารราชการอันดับแรกความเร็วของข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ ข้อมูลข่าวสารเร็วการตัดสินตกลงใจก็จะเร็ว ถ้าหากข้อมูลข่าวสารช้าทุกอย่างก็จะช้าทั้งระบบ
เรื่อง Knowledge-Based Economy ทำอย่างไรจะก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ ขณะนี้ ภาคเอกชนทั้งหลาย โดยเฉพาะธนาคาร ได้กระจ่ายอำนาจลงไปยังพนักงานมากขึ้น เช่น การเบิก-จ่ายเงิน เป็นจำนวนมาก ๆ หลักแสนหลักล้าน พนักงานเพียงคนเดียวสามารถดำเนินการได้เลย ซึ่งในอดีตต้องให้ ผู้จัดการสาขาเป็นผู้ดำเนินการเบิก-จ่าย นั้นคือการกระจายอำนาจไปสู่บุคลากรระดับล่างของธุรกิจภาคเอกชน
เรื่องอุตสาหกรรมด้าน ICT ทำไมประเทศทั่วโลกที่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม ICT ถึงมีรายได้ อย่างมหาศาล เช่น ประเทศไอร์แลนด์ และประเทศอินเดีย ทำรายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ประชากร กำลังต้องการอยู่ในขณะนี้ คือซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ สำหรับประเทศไทยแล้วเน้นในเรื่องของการพัฒนา ซอฟแวร์ประเภทมัลติมิเดีย และอะดิเมชั่น จะเห็นได้ว่าคนไทยเรามีความสามารถในด้านศิลปะสูง ใช้ต้นทุน น้อย สามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้
เรื่อง E-Government เป็นองค์ประกอบสำคัญ รัฐบาลต้องการให้เกิดเพื่อจุดประสงค์ ๓ ประการ คือ ประการแรกทำให้การบริการประชาชนดีขึ้น จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงรัฐได้มากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง ในปัจจุบันประชาชนมีความรู้สึกว่าการให้บริการจากรัฐช้า เช่น ที่อำเภอในต่างจังหวัด ซึ่งจะต่างจากอำเภอใน กทม.การบริการจะรวดเร็ว และใช้เวลาน้อย การบริการที่กล่าวถึงนั้นต้องให้ตรงกับความต้องการของประชาชน โปร่งใส จะเห็นได้ว่ารัฐบาลที่เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับรู้ได้มากจะเป็น รัฐบาลที่มั่นคง ตรงกันข้ามหากรัฐบาลปิดบังข้อมูลข่าวสารก็จะทำให้ไม่มีความมั่นคง
เรื่อง การประสาน Collarborision มีหลายอย่างในกองทัพที่สามารถดำเนินการด้วยกันได้ ทั้ง ๓ เหล่า เช่น ระบบบัญชีเงินเดือน ปัจจุบันกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ แต่ละเหล่าทัพ แยกดำเนินการ ทั้ง ๆ ที่สามารถจัดทำเป็นบัญชีเดียวกันได้ ซึ่งเงินเดือน กำลังพล และชั้นยศ ไม่ต่างกัน ทั้ง ๓ เหล่าทัพ เพราะฉะนั้นการดำเนินการร่วมกันในสิ่งเหล่านี้เริ่มมีแนวคิดมากขึ้น ประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศไทยในบางเรื่องสามารถดำเนินการร่วมกันได้ สาเหตุที่แต่ละเหล่าทัพแยกดำเนินการนั้น เพราะไม่มี เครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงระหว่างเหล่าทัพ แต่เดิมตัว IT กับ CT อยู่คนละซีกโลก หลายท่านอาจจะคิดว่า IT กับ CT เป็นคนละเรื่องกัน แต่วันนี้โลกกยุคโลกาภิวัฒน์ ICT เป็นเรื่องเดียวกันสามารถ Convergent เข้าหากันได้ เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีทั้งหลายที่นำออกมาใช้อยู่ในขณะนี้จะเอื้ออำนวยในการพัฒนา ICT ทั้งสิ้น เช่น INTERNET จะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีราคาถูกลง แต่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงต้องการจะนำ ICT มาเป็นเครื่องมือในการที่จะทำให้ประชาชนได้แสดงขีดความสามารถของตนเอง ออกมา
สำหรับกองทัพอากาศก็เช่นเดียวกัน จะทำอย่างไรที่จะนำคอมพิวเตอร์มาช่วยให้ข้าราชการ ในกองทัพปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ในการพัฒนา E-Government ของกองทัพอากาศในขั้นแรกให้ทุกหน่วยงานมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง โดยมีข้อมูลที่ทันสมัยประชาชนสามารถเข้าดูได้ เช่น ประกาศต่าง ๆ การฝากความคิดเห็น การรับสมัครนักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนจ่าอากาศ หรือนักเรียน พยาบาล เพื่อให้ประชาชนที่สนใจได้รับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการรับสมัครนักเรียน ทหาร ขั้นตอนการสมัครให้ใช้ระบบ ONLINE ค่าสมัครก็สามารถ ONLINE ได้ ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับคือไม่ต้องเดินทางมาหลายรอบเสียเวลาเสียค่าใช้จ่าย พอถึงขั้นตอนสอบก็มาสอบรอบเดียวเลย

-------------------------

พ.อ.อ.คำนวณ กัลปารี ถอดเทป
น.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา่ ตรวจ

ศูนย์สารสนเทศ กรมยุทธการทหารอากาศ โทร. 0-2534-1409 โทรสาร 0-2534-1400
ติดต่อผู้ดูแลเว็บ: webadmin@do.rtaf.mi.th